|
ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศหนึ่งที่มีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาและทางด้าน ความปลอดภัยนะคะ ทำให้ในปีหนึ่งๆนั้น
มีนักเรียนนักศึกษาจากนานาชาติเลือกที่จะมาเรียนต่อทประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งตัวของ ด้วยค่ะ
นอกจากเหตุผลทางด้านมาตรฐานทางการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับแล้ว อีกเหตุ ุผลหนึ่งที่ทำให้เลือกออสเตรเลียเป็นจุดหมายของการเรียนต่อในครั้งนี้ ก็คือ เรื่องของการเดินทางค่ะเป็นคนติดบ้านไม่อยากรู้สึกว่าต้องจากบ้านไปเรียน ไกลจนสุดขอบโลกค่ะ (เวอร์ไปมั้ยเนี่ย) ออสเตรเลียอยู่ไม่ไกลจากเมืองไทย มากนักใช้เวลาบินตรงแค่แปดเก้าชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ
|
|
ก่อนที่จะมาเรียนต่อที่ออสเตรเลียนี้ ก็ต้องหาข้อมูลเรื่องต่างๆเยอะแยะเลยค่ะ เพราะว่าไม่เคยมีความรู้อะไรเกี่ยวกับการเรียน ต่อที่นี่มาก่อนเลย เรื่องแรกเลยก็คือหลักสูตรที่สนใจจะเรียนค่ะจากนั้นก็มาดูว่ามีมหาวิทยาลัยไหนที่เปิดสอนในสาขาวิชาเหล่า นี้บ้างนะคะ แล้วก็ดูคุณสมบัติของนักเรียน ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ เช่น ต้องจบด้านไหนมาเป็นพิเศษหรือเปล่าต้องการ ประสบการณ์ทำงานมาก่อนมั้ย ต้องใช้ผลภาษา (IELTS) เท่าไหร่ ดูว่าเค้าต้องการอะไรบ้างนะคะ แล้วเรามีคุณสมบัติตรงกับที่ เค้ากำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรค่ะ สิ่งเหล่านี้สำคัญมากนะคะ ในการพิจารณารับเราเข้าเรียน โดยเฉพาะเรื่องภาษาค่ะ เพราะว่า เราควรจะต้องใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และมีความพร้อมในการสื่อสารมากพอสมควร

มาคุยกันเรื่องสอบ IELTS นิดนึงนะคะ การสอบนี้จะทดสอบทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของเราใน 4 ด้านด้วยกันค่ะ เริ่มด้วยการฟัง การอ่าน การเขียน และปิดท้ายด้วยการสอบสัมภาษณ์ เพื่อทดสอบทักษะการสื่อสารของเราค่ะ สำหรับคนที่จะมาเรียนต่อเนี่ย ต้องเลือกสอบแบบ Academic นะคะ ถ้าสอบแบบทั่วไปก็จะนำมาใช้ยื่นสมัครเรียนไม่ได้ค่ะ ผลการสอบจะมีอายุ 2 ปีค่ะ ถ้าผลสอบเดิมของเราหมดอายุไปแล้ว หรือว่า เรายังไม่มีผลภาษาอังกฤษนี้ ก็ต้องไปสอบค่ะ ตอนนี้ก็มีเปิดสอบที่ British Council กับที่ IDP ค่ะ เวลาไปสอบก็ต้องเตรียมตัวให้ดี ีและก็ตั้งใจกันหน่อยนะคะเพราะว่าถ้าผล สอบออกมาไม่ได้อย่างใจแล้วล่ะก็ ต้องรอไปอีกหนึ่งเดือนเลยถึงจะสอบใหม่ได้ค่ะในเรื่องของผลสอบภาษาอังกฤษ แต่ละสถาบัน แต่ละหลักสูตรก็ต้องการระดับของภาษาอังกฤษแตกต่างกันไปนะคะ
อย่างมาเรียนต่อปริญญาตรีนั้น ก็ควรได้คะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 6
ส่วนปริญญาโท ก็ควรได้ไม่ต่ำกว่า 6.5 ค่ะ (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันด้วยนะคะ อย่าลืมเช็คให้ดีนะคะ) สำหรับคนที่ได้คะแนนสอบไม่ดี หรือว่า รู้อยู่ว่าตัวเองพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษอ่อนแอนะคะ
ก็ขอแนะนำให้เรียนเพิ่มเติมค่ะ มีโรงเรียนเปิดสอนภาษามากมายเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไทย หรือว่าที่ออสเตรเลีย ก็ต้องเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพหน่อยนะคะ จะได้คุ้มค่าและได้พัฒนาตัวเองจริงๆ การเรียนภาษาจะใช้เวลานานแค่ไหน คงเจาะจงไปเลยไม่ได้นะคะ เพราะว่าขึ้นอยู่กับพื้นฐานของเราเองและก็ความใส่ใจในการเรียนและฝึกฝนตัวเองด้วยค่ะ ส่วนจะเรียนภาษาที่เมืองไทยหรือที่ออสเตรเลียนั้น ก็แล้วแต่เงื่อนไขเรื่องต่างๆของเรานะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เวลา และก็ความพร้อมด้านอื่นๆด้วยค่ะ แต่ว่าก็พอจะแนะนำข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบให้ลองพิจารณากันดูนะคะ
การเรียนภาษาที่เมืองไทย จะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาเรียนที่ออสเตรเลียนะคะ และตอนนี้ก็มีโรงเรียนสอนภาษาทั้งของเอกชนและของหลายมหาวิทยาลัยจากออสเตรเลียที่ไปเปิดสาขาที่เมืองไทย ก็ลองเลือกกันดูได้ แต่ว่าอาจจะฝึกภาษาได้ไม่เต็มที่ เพราะว่าเรามักจะได้ใช้ภาษาอังกฤษกันแค่ในเวลาเรียนเท่านั้น ออกมาจากห้องเรียนเราก็จะกลับมาใช้ภาษาไทยกันอีก ก็อาจจะทำให้เราฟังและพูดไม่คล่อง ถ้าเราไม่หมั่นฝึกฝนนะคะ ส่วนการมาเรียนภาษาที่ออสเตรเลียนั้น สิ่งแวดล้อมที่มีคนใช้ภาษาอังกฤษกันอยู่ตลอดเวลา ก็จะช่วยให้เรามีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ได้ฝึกฝนทักษะทุกด้าน ไม่ว่าจะ ฟัง พูด อ่าน เขียน แต่ว่างบประมาณการเรียนก็ออกจะสูงซักหน่อยนะคะ แต่ว่าถ้าเราเป็นคนที่รู้จักการแบ่งเวลา เราก็พอจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ด้วยการทำงาน part-time ที่นี่นะคะ แต่ขอย้ำว่าช่วยได้แค่บางส่วนนะคะ ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ แหม พอได้คุยเรื่องการเรียนภาษาที่ออสเตรเลียแล้ว มีเรื่องราวน่าสนใจอีกหลายเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังนะคะ แต่ว่ามันยาวค่ะ ยังไงก็ติดตามตอนต่อไปแล้วกันนะคะ จะมาเล่าให้ฟังแบบจุใจเลยค่ะ
|